โคเอฯ ร่วมกับ มอส ทำโครงการ8 Happy
ความสุข 8 ประการ ประกอบด้วย 1. การเป็นผู้มีสุขภาพดี (Happy Body) หมายถึงการดูแลตัวเองไม่ให้เป็นภาระกับผู้อื่นด้วยการมีสุขภาพกายดี ทานอาหารที่มีคุณค่าเหมาะสม 2. การเป็นผู้รักการเรียนรู้และเป็นมืออาชีพในงานของตนเอง (Happy Brain) หมายถึง มีพลังหรือ มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อปรับตนเองให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมทั้งมีความสุขในการปรับปรุงและแสดงสิ่งใหม่ ๆ ที่ตนเองมีให้ผู้อื่นรู้ 3. การเป็นผู้ที่รักและดูแลครอบครัวตนเองได้ (Happy Family) หมายถึง มีความมั่นใจ ปลอดภัย และ สัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวของตนเอง 4. การเป็นผู้ที่มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น (Happy Heart) หมายถึง การมีจิตใจรับผิดชอบต่อสังคม มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสังคม รวมทั้งมีเมตตาต่อผู้อื่น 5. การเป็นผู้ใช้เงินเป็น (Happy Money) หมายถึง การมีวินัยกับตนเองในการใช้จ่ายเงิน สามารถบริหารงบค่าใช้จ่าย และการเก็บออมในแต่ละเดือน 6. การเป็นผู้ที่สามารถจัดการกับอารมณ์ของตนเอง (Happy Relax) หมายถึง การที่เรารู้จักบริหารเวลาเพื่อการผ่อนคลายอย่างมีประสิทธิผล และ พอใจในการแก้ไขปัญหาของตนเอง รวมทั้งทำให้ชีวิตไม่ยุ่งยากและไม่เครียด 7. การเป็นผู้ที่รักและดูแลองค์กร/สังคมของตนเอง (Happy Society) หมายถึง การมีสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนบ้าน และ ไม่เป็นต้นเหตุของความยุ่งยากต่าง ๆ รวมทั้งไม่เอาเปรียบผู้อื่น และ มีพฤติกรรมภายใต้กรอบของสังคม 8. การเป็นผู้มีคุณธรรมและความกตัญญู (Happy Soul) หมายถึง ตระหนักในเรื่องจริยธรรม และ คุณธรรม การให้อภัย รู้จักให้และมีความกตัญญูรู้คุณคน แม้จะมีเครื่องมือความสุข 8 ตัว แต่ไม่จำเป็นต้องทำทีเดียวทั้ง 8 ตัว ส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหาหนักคือ Happy Money รองลงไปคือ Happy Relax
องค์กรมีความสุข เริ่มจาก การใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า
องค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace) เริ่มต้นจากการตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยการใช้แนวคิด Happy 8 (ความสุข 8 ประการ) พัฒนาคนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา เพื่อสร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน องค์ประกอบสำคัญในการสร้างองค์กรแห่งความสุข (Happy 8):Happy Body (สุขภาพดี): ส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงHappy Heart (น้ำใจงาม): สร้างวัฒนธรรมการแบ่งปัน ความเอื้ออาทร และน้ำใจภายในองค์กรHappy Society (สังคมดี): ส่งเสริมความสามัคคีและบรรยากาศการทำงานที่ดีHappy Relax (ผ่อนคลาย): จัดสภาพแวดล้อมให้สมดุล ลดความเครียดHappy Brain (สมองดี): ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาความรู้ความสามารถอย่างต่อเนื่องHappy Soul (จิตวิญญาณดี): ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์ในการทำงานHappy Money (ปลอดหนี้): ส่งเสริมการวางแผนการเงินและการออมHappy Family (ครอบครัวดี): สนับสนุนความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว
ดับ กระหาย คลายร้อน
ดับกระหายคลายร้อนในหน้าร้อนนี้ ทำได้ด้วยการดื่มน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำใบบัวบก น้ำตะไคร้ น้ำมะตูม น้ำใบเตย หรือน้ำจับเลี้ยง ซึ่งช่วยบำรุงธาตุและลดความร้อนภายในร่างกายได้ดี นอกจากนี้ยังควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ กินผลไม้ที่มีน้ำสูง เช่น แตงโม หรืออาหารฤทธิ์เย็น เช่น ต้มจืดมะระ เพื่อปรับสมดุลร่างกาย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม +5เมนูเครื่องดื่มดับร้อนแนะนำ:น้ำเก๊กฮวย: ช่วยแก้ร้อนใน ดับกระหายได้ดีน้ำใบบัวบก: แก้ช้ำใน ลดอาการร้อนในน้ำตะไคร้: ช่วยขับปัสสาวะ ทำให้ชุ่มคอน้ำมะตูม: บำรุงธาตุ แก้กระหายน้ำน้ำเฉาก๊วย: ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายน้ำอัญชันมะนาว: ช่วยให้สดชื่น แก้กระหายน้ำแตงโมปั่น: เพิ่มน้ำให้ร่างกาย คลายความร้อน อาหารและเคล็ดลับเพิ่มเติม:ผักผลไม้ฤทธิ์เย็น: แตงโม, ฟักทอง, แตงกวา, มะเขือเทศอาหารฤทธิ์เย็น: แกงเลียงกุ้งสด, ต้มจืดมะระการดูแลร่างกาย: อาบน้ำเย็น, ทาแป้งเย็น, สวมใส่เสื้อผ้าเบา
Songkran festival 2026
เทศกาลสงกรานต์ (13-15 เมษายน) เป็นวันปีใหม่ไทยแบบดั้งเดิมที่เน้นการทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และเล่นสาดน้ำเพื่อคลายร้อนและปัดเป่าสิ่งไม่ดี ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติในปี 2566 เป็นช่วงเวลาแห่งการรวมตัวครอบครัวและการเฉลิมฉลองทั่วประเทศ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ +2สาระสำคัญและกิจกรรมหลักของเทศกาลสงกรานต์:วันสงกรานต์: ตรงกับวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษกิจกรรมทางประเพณี: ทำบุญตักบาตร, สรงน้ำพระพุทธรูป, ก่อเจดีย์ทราย และทำความสะอาดบ้านเรือนวันรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่: กิจกรรมสำคัญที่แสดงความกตัญญูและการขอพรจากผู้ใหญ่การเล่นสาดน้ำ: ประเพณีที่สืบเนื่องมาจากการสาดสี (อิทธิพลโฮลี) เปลี่ยนเป็นการสาดน้ำเพื่อความเย็นสดชื่นในช่วงเดือนเมษายนที่ร้อนที่สุด
Happy soul
ทำบุญใส่บาตร: วิถีแห่งการให้ที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้งในยามเช้าที่แสงแดดอ่อน ๆ เริ่มส่องผ่านขอบฟ้า ภาพของพระภิกษุสงฆ์ออกเดินบิณฑบาตอย่างสงบ เป็นภาพที่คุ้นตาและฝังรากลึกในวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน “การทำบุญใส่บาตร” จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความศรัทธา ความเอื้อเฟื้อ และความงดงามของจิตใจมนุษย์การใส่บาตรคือการให้ทานรูปแบบหนึ่ง โดยผู้ให้จะนำอาหารหรือของใช้จำเป็นไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งดำรงชีวิตด้วยการพึ่งพาศรัทธาจากญาติโยม การให้เช่นนี้ไม่เพียงช่วยเกื้อกูลพระสงฆ์ให้สามารถดำรงชีวิตและปฏิบัติธรรมได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังเป็นการฝึกจิตของผู้ให้ให้รู้จัก “การปล่อยวาง” และ “การเสียสละ” อย่างแท้จริงสิ่งของที่นิยมนำมาใส่บาตรมีหลากหลาย ตั้งแต่อาหารคาวหวาน อาหารแห้ง ผลไม้ ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ ยาสีฟัน หรือยารักษาโรค อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่คุณค่าทางวัตถุของสิ่งที่ให้ แต่คือ “เจตนา” หรือความตั้งใจที่บริสุทธิ์ของผู้ให้ เพราะในหลักพุทธศาสนา การให้ด้วยใจที่ผ่องใส ย่อมก่อให้เกิดบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ขั้นตอนของการใส่บาตรนั้นเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความหมาย ผู้ให้จะเตรียมของใส่บาตรไว้ล่วงหน้า เมื่อพระสงฆ์เดินมาถึง ก็จะใส่ของลงในบาตรด้วยความสำรวม จากนั้นพนมมือรับพร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ให้ได้ตั้งจิตอธิษฐาน และอุทิศส่วนกุศลให้แก่ตนเองและผู้อื่น เป็นการเชื่อมโยงระหว่างการกระทำภายนอกกับความสงบภายในจิตใจแม้ในยุคปัจจุบันที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การทำบุญใส่บาตรอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือถูกละเลยไปบ้าง แต่แท้จริงแล้ว กิจกรรมเล็ก ๆ นี้สามารถสร้างความสุขทางใจได้อย่างลึกซึ้ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราได้หยุดพักจากความวุ่นวาย หันกลับมามองภายใน และสร้างพลังบวก